A Tribute to Heath Ledger
- February 26th, 2009
- Posted in life & thoughts
- Write comment
งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 81 ผ่านไปแล้ว 4 วัน ผมหวังว่าคงไม่สายเกินไป ที่จะอุทิศพื้นที่แห่งนี้ให้กับบุคคลที่ได้รับรางวัล Best Actor in Supporting Role
ฮีธ เลดเจอร์ (Heath Ledger)

ฮีธ เป็นบุคคลที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมขณะที่ตนเองได้เสียชีวิตไปแล้ว (a posthumous Oscar) เขาได้รับรางวัลจากผลงานการแสดงอันยอดเยี่ยมแสนประทับใจในภาพยนตร์ “แอ็คชั่น” เรื่อง Bat Man – The Dark Knight
ฮีธ เลดเจอร์ เสียชีวิตภายในอพาร์ตเม้นต์ของเขาเองกลางเมืองแมนแฮตตันในวันที่ 22 มกราคม 2008 ภายหลังการสอบสวนพบว่า สาเหตุการตายของเขาเกิดจากผลกระทบจาก “ยา” ชนิดต่างๆที่เขาได้รับ เพื่อบำบัดอาการทางจิตประสาท
“Mr. Heath Ledger died as the result of acute intoxication by the combined effects of oxycodone, hydrocodone, diazepam, temazepam, alprazolam and doxylamine.” It states definitively: “We have concluded that the manner of death is accident, resulting from the abuse of prescription medications.” The medications found in the toxicological analysis are commonly prescribed in the United States for insomnia, anxiety, depression, pain, and/or cold symptoms.
ฮีธ ให้สัมภาษณ์หลายครั้ง ทั้งระหว่างและหลังการถ่ายทำ The Dark Knight ว่าเขามีปัญหาอย่างมากกับการนอน ด้วยเหตุนี้ ทำให้เขาต้องพึ่งพิงยานอนหลับและอีกสารพัดยาทางจิตประสาท เพื่อหาเวลา “หยุด” ให้กับชีวิตของตนเองบ้าง
“Last week I probably slept an average of two hours a night. … I couldn’t stop thinking. My body was exhausted, and my mind was still going.”
แม้ผมจะยังไม่มีโอกาส (ซักที) ที่จะเขียนถึงภาพยนตร์ในดวงใจเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าทุกคนคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า The Dark Knight เป็นผลงานระดับ Master Piece ที่เป็นมากกว่า “หนังแอ็คชั่น” ธรรมดา และหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มันเป็นเช่นนั้นได้ ก็เพราะการแสดงอันยอดเยี่ยมของ ฮีธ เลดเจอร์ นั่นเอง
ฮีธ รับบทเป็น โจ๊กเกอร์ ชายสติวิปลาส ผู้เป็นคู่กัดตัวหลักของแบทแมนในภาคนี้ โจ๊กเกอร์ ในเวอร์ชั่น The Dark Knight เป็นสุดยอดอาชญากรที่ไม่ได้มีแต่ความบ้าคลั่ง หากแต่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ความหลักแหลม แผนการล้ำเลิศ และดูเหมือนว่าเขาจะ “อ่านตัวตน” ของแบทแมนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
สำหรับผม – The Dark Knight – ไม่ใช่หนังของ “แบทแมน” แต่เป็นหนังของ “โจ๊กเกอร์”
ด้วยความที่ The Dark Knight เป็นหนังแอ็คชั่นที่ตั้งใจทำออกมาให้ “ลุ่มลึก” กว่าหนังแอ็คชั่นธรรมดา โจ๊กเกอร์ จึงเป็นตัวละครที่สำคัญมาก ภายใต้หน้ากากของ “ความบ้า” เขาทำหน้าที่ชูประเด็นซับซ้อนต่างๆออกมาให้ผู้ชมได้ขบคิดตามที่หนังต้องการจะสื่อ และ โจ๊กเกอร์ จะทำเช่นนั้นไม่ได้เลย หากขาดฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยมของ ฮีด เลดเจอร์
หลายคนกล่าวว่า บางทีเขาอาจจะ “อิน” มากเกินไปกับบทบาทของ โจ๊กเกอร์ ที่เป็นชายสติวิปลาส เขาทุ่มเทให้กับการแสดงครั้งนี้มาก โดยเฉพาะเมื่อเขาได้รับโอกาสจากผู้กำกับ (คริสโตเฟอร์ โนแลน) ให้ “สร้าง” ตัวละครโจ๊กเกอร์ในแบบของเขาขึ้นมาด้วยตัวเอง
“I sat around in a hotel room in London for about a month, locked myself away, formed a little diary and experimented with voices — it was important to try to find a somewhat iconic voice and laugh. I ended up landing more in the realm of a psychopath — someone with very little to no conscience towards his acts”
ในขณะที่วงการภาพยนตร์ไทยยังวนเวียนอยู่กับหนังผี ความรัก และหนังตลก – นักแสดงระดับโลกที่มีความเป็น “มืออาชีพ” อย่างแท้จริง ลงทุนขังตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นเวลาร่วมเดือน เพียงเพื่อสืบค้นลึกลงไปในบทบาทของตัวละคร (ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพียงตัวการ์ตูนเสียด้วยซ้ำ) เพื่อค้นหาว่าหากเขาเป็นตัวละคร เขาจะพูดเช่นไร จะหัวเราะแบบไหน จะมีสีหน้า แววตา และการแสดงความรู้สึกแบบไหน
หากการจากไปของ ฮีธ เลดเจอร์ เป็นเพราะเขา “อิน” กับบทบาทของโจ๊กเกอร์มากเกินไปจริงดังที่หลายคนตั้งข้อสังเกต ก็คงไม่แปลกอะไรที่ผลงานใน The Dark Knight จะโดดเด่น และได้รับการยอมรับทั่วโลก
เพราะมันเป็นผลงานระดับ “ทุ่มเทให้ทั้งชีวิต”
This award tonight would have humbly validated Heath’s quiet determination to be truly accepted by you all here, his peers within an industry he so loved. – Heath Ledger’s father, Kim, picking up his late son’s best supporting actor Oscar for The Dark Knight.
โดยไม่ต้องกล่าวถึงฝีมือการแสดงในภาพยนตร์ยากๆอย่าง Brokeback Mountain ที่ ฮีธ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์เมื่อปี 2005
เพียงฝีมือที่เขาแสดงให้เราได้เห็นใน The Dark Knight ก็เพียงพอแล้วที่จะกล่าวว่า
And the Oscar goes to ….
Heath Ledger
เขียนได้ดีมากเลยครับ ทำไมรู้สึกว่ารุจนี้ทำอะไรก็เก่งหมดทุกอย่างเลยน่า อิอิ
พีเป็นคนดูหนังแบบ “พื้นๆ” แบบว่าเอามันส์และเข้าใจง่ายก็พอ ต้องการความสนุกจากการดูหนังอย่างเดียว อย่าให้คิดตามอะไรมาก ปวดหัว เลยไม่เคยรู้เบื้อหลังว่าหนังดีๆ สักเรื่องกว่าจะทำออกมาได้นั้นต้องลงทุนลงแรงขนาดไหน
ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟังนะครับ
(ถ้าไม่บอกนึกว่านักเขียนมืออาชีพเขียนนะเนี่ย)