คุณจะทำอย่างไร หากอยู่บนเรือไททานิก ?
- February 8th, 2009
- Posted in life & thoughts
- Write comment

ย้อนเวลากลับไปกว่า 11 ปีก่อน ในวันที่ภาพยนตร์ “ไททานิก” (หรือที่มีชื่อในภาษาลาวว่า “ชู้รัก เรือล่ม” )โด่งดังไปทั่วโลก
นอกจากฉาก “มือแปะกระจก” ที่กลายเป็นตำนานฉากนั้น มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมจำได้ดีจากภาพยนตร์เรื่องนี้
หากตัดเรื่องราวความรักของ “แจ๊ค กับ โรส” ที่ปรุงแต่งขึ้นออกไป ไททานิกคือโศกนาฏกรรมของเรือเดินสมุทรขนาดยักษ์ ที่วิ่งชนภูเขาน้ำแข็งด้วยความประมาทในความยิ่งใหญ่ของตนเอง ทำให้เรือรั่วและจมลงมหาสมุทรอันหนาวเย็นในที่สุด
และด้วยความทะนงตนเกินเหตุอีกเช่นกัน ที่ทำให้ไททานิกติดตั้ง “เรือกู้ชีพ” (Life Boat) ไว้น้อยเกินไป ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น จำนวนเรือกู้ชีพจึงมีไม่เพียงพอกับจำนวนคนบนเรือ เกิดความโกลาหล ผู้คนแย่งชิงกันขึ้นเรือกู้ชีพเพื่อ “หนีตาย”
เมื่อทราบว่าไททานิกกำลังจะจม ภายใต้สภาวะ “วิกฤติ” เช่นนั้น ตัวละครแต่ละตัว ต่างตัดสินใจเอาตัวชีวิตรอดด้วยวิธีที่แตกต่างกัน
และนั่นคือ (อีก) สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้ดี จากหนังเรื่องนี้เมื่อ 11 ปีก่อน
เมื่อเวลาคับขันมาถึง เราจะมีสัญชาตญานในการเอาตัวรอดอย่างไร ?

กัปตันเรือ – ตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในห้องบังคับเรือ สั่งการช่วยเหลือผู้คนให้มากที่สุด แก้ปัญหาของเรือจนนาทีสุดท้าย แล้วทำใจยอมตายไปพร้อมกับเรือที่ตนเอง “รับผิดชอบ” แม้ว่าตนเองจะไม่ได้เป็นผู้บังคับเรือขณะที่ชนภูเขาน้ำแข็ง แต่ก็เป็นความบกพร่องของเขาในฐานะกัปตันเรืออยู่ดี
เจ้าหน้าที่ – รับคำสั่งอย่างเคร่งครัด ทำหน้าที่ “กีดกัน” ผู้ชายออกไป เพื่อเปิดทางให้ผู้หญิงและเด็กให้ได้ลงเรือกู้ชีพก่อน โดยไม่สนใจว่าจะต้องพรากพ่อ-แม่-ลูกของใครหรือไม่ และไม่ต้องสนใจว่าจะมีเรือกู้ชีพเหลือถึงคิวตนเองหรือเปล่า เพราะคำสั่งย่อมเป็นคำสั่ง
พ่อ – ที่อยากตามภรรยาและลูกขึ้นเรือไปด้วยใจจะขาด แต่ไม่อยากสร้างปัญหากับเจ้าหน้าที่ เพราะอาจกระทบกับทางรอดของลูกเมีย จึงยอมให้ลูกและภรรยาขึ้นเรือกู้ชีพไปก่อน แล้วตนเองก็ไปต่อคิวรอขึ้นเรือลำหลังๆ ที่ไม่รู้ว่าจะมีเหลือให้ตัวเองหนีรอดได้ไหม เช่นกัน
แม่ - ที่ส่งลูกขึ้นเรือ แล้วตัดสินใจอยู่บนเรือต่อไป เพื่อรอจะหนีตายจากไททานิกพร้อมกับสามีของตนเอง
สามี – ที่พร้อมจะกระชากผู้หญิงคนอื่นให้ตกจากเรือกู้ชีพแล้วพาตัวเองขึ้นไปแทนที่ เพื่อที่จะ“รอด” ไปพร้อมกับครอบครัวของตนเอง เพราะชีวิตใครจะมาสำคัญไปกว่าชีวิตเรา
เจ้าหน้าที่ – อาศัยช่องทางที่ตนเองมีข้อมูลดีกว่าคนอื่น ลงไป “นั่งนิ่ง” ในเรือกู้ชีพเป็นคนแรก โดยไม่สนใจว่าใครหน้าไหนจะมองว่าตัวเอง “หน้าด้าน เอาตัวรอด”เพียงใด และไม่สนใจคำสั่งที่ให้เด็กและผู้หญิงไปก่อน เพราะท้ายสุดแล้ว “ชีวิต” ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องรักษาไว้ก่อนเสมอ
ผู้โดยสารคนอื่นๆ – เมื่อเห็นแล้วว่าเรือกู้ชีพมีไม่พอ และเชื่อว่าเรือจมแน่ๆ ก็วิ่งขึ้นไปด้านบนของเรือเพื่อหวังจะอยู่บนเรือให้ได้นานที่สุด ก่อนจะต้องไป “ลอยคอ” ในมหาสมุทรที่หนาวเหน็บ
ผู้โดยสารคนอื่นๆ - ที่ไม่นิยมการดิ้นรนเอาตัวรอด ก็นั่งลงอย่างสงบ แล้วสวดวิงวอนต่อพระเจ้า
ผู้โดยสารคนอื่นๆ – ที่ยังไม่เชื่อว่า “ไททานิก” จะจมได้ จนถึงนาทีสุดท้ายที่เห็นน้ำไหลทะลักมาถึงตนเอง
ศักดิ์ศรี – การรักษาชีวิต
ความสง่างาม – การแก่งแย่งดิ้นรน
ความรับผิดชอบ – การเอาตัวเองให้รอด
เรื่องแบบนี้คงไม่มีใครผิด ใครถูก เพราะเมื่อช่วงเวลาแห่งวิกฤติมาถึง มนุษย์แต่ละคน ย่อมมีหลักการและ “คุณค่า” ที่ตนเองยึดถือแตกต่างกันไป
คุณจะทำอย่างไร หากอยู่บนเรือไททานิก ?
เมื่อคืนนอนไม่หลับเลยนึกถึง blog อันนึงเรื่อง คุณจะทำอย่างไรถ้าอยู่ใน Titanic … คำตอบที่ได้กลับไม่ได้อยู่ใน blog แต่ไม่แน่ใจว่าอยู่ในหนังรึเปล่า เพราะอาจเป็นคนแปลกที่ไม่สามารถดู Titanic ได้เกิน 1 ครั้ง เลยจำเรื่องไม่ค่อยได้ คำตอบที่มีในใจนั้นคล้ายกับหลายๆ case ที่เห็นได้มากขึ้นเรื่อยๆในสภาวะเศรฐกิจตกต่ำในปัจจุบัน นั่นคือการฆ่าคนในครอบครัวหมด แล้วฆ่าตัวตาย ถ้าอยู่ในเรือลำนั้นจริง แล้วต้องมีใครคนหนึ่งไม่ได้ขึ้นเรือกู้ภัย คงเลือกที่จะอยู่ใน Titanic หมดทุกคน
น่าแปลกที่คำตอบในใจนี้ไม่ตรงกะ ทฤษฎีที่เชื่อมากมาตลอด เรื่อง Selfish Gene เพราะ ถ้าโลกนี้ขาดคนกลุ่มหนึ่ง มนุษย์คงไม่สูญพันธุ์ แต่จิตใจของคนที่ถูกส่งขึ้นเรือไปตามลำพังจะเป็นอย่างไรนี่ซิ น่าสนใจ
เมื่อคิดเตลิดเถิดเทิงไปขนาดนี้แล้ว ก็มีคำถามทิ้งท้ายไว้ให้คิดต่อเล่นว่า ถ้าหากมีการกระทำอย่างหนึ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อช่วยชีวิตคนทั้งลำเรือ แต่เรากลับลังเลเพราะในเรือลำนั้น มีคนที่เราไม่อยากช่วย คุณจะทำอย่างไร จะเลือกช่วยทุกคน หรือจะกระโดดลงเรือกู้ชีพไปคนเดียว
ในหลายแนวคิด (รวมถึงพุทธศาสนาด้วย) มองทางเลือก “เอาตัวรอดโดยการฆ่าตัวตาย” ว่าเป็น selfish behavior นะครับ เพราะการเลือกจบชีวิตตัวเอง (รวมถึงคนรอบตัว – ไม่ว่าจะโดยสมัครใจหรือไม่) ก็คือการยอมจำนนต่อชีวิต คล้ายกับการ reset ทุกอย่างเสียให้หมด
โดยไม่ต้องคิดถึงแง่มุมความ “ถูก-ผิด” ของการฆ่าตัวตาย (หมายถึงไม่ต้องอภิปรายกันว่ามันบาปหรือไม่ มันดีหรือไม่ มันถูกต้องตามศีลธรรม ฯลฯ หรือเปล่า) ผมมองว่ามันเป็นทางออกที่ดูจะ “มักง่าย” ไปเสียหน่อย
ถ้าผมอยู่บนไททานิก แล้วต้องตัดสินใจไม่ส่งลูกสาวคนเดียวลงเรือไป แต่พาเธอมาอยู่ข้างๆผม รอให้เรือจมแล้วตายไปพร้อมๆกัน ผมคงเลือกอย่างแรก เพราะไม่ว่าเธอจะทุกข์ทรมาณเพียงใดกับการแยกจากกัน แต่ท้ายสุดแล้ว แม้จะมีความหวังเพียงริบหรี่ แต่หากเธอรอดต่อมาได้ (จนแก่ตายตามธรรมชาติเหมือนโรส) ผมเชื่อว่าเธอก็จะมีโอกาส “เรียนรู้” ชีวิตได้อีกหลายครั้ง และอาจพบกับความสุขที่ได้รอดจากไททานิกบ้าง แม้สักวินาทีก็ยังคุ้ม
เหนือสิ่งอื่นใด ผมเชื่อในหลักการที่ว่าไม่มีมนุษย์คนไหนมีสิทธิไปตัดสินใจแทนใครทั้งนั้น ยิ่งเป็นเรื่องการยอม Game Over ยิ่งไม่มีสิทธิ
ส่วนคำถามทิ้งท้ายนั้น สำหรับตัวผมเองตอบได้ง่ายมากแบบไม่ต้องคิดนานเลยครับ เพราะหากสามารถช่วยคนได้ทั้งเรือ ผมลงมือทำแน่นอน ไม่ว่าจะมีคนโคตรเลวขนาดไหนอยู่ในเรือก็เถอะ
ลองนึกถึงฉาก “โจกเกอร์เกม” ในหนังแบทแมน The Dark Knight ก็ได้ครับ ขนาดนักโทษทั้งลำ เรายังไม่มีสิทธิไปเกลียดใครขนาดนั้นเลย … มิใช่หรือ
ความรัก … มีค่ากว่า ความเกลียดชัง .. มากมายนัก ครับ
อือ จริงอย่างที่คุณว่า ไม่เคยนึกถึงมุมนั้นเลย … selfish gene
anyway thank you so much for the eye-opening blog
น่าสงสารกัปตันเรือจริงๆ เลยที่เขาไม่น่าตายแบบนี้เลยแต่ทำไงได้เป็นกัปตันเรือต้องรับผิดชอบถ้าผมเป็นกัปตันเรือผมคงยอมทำใจตายดีกว่ารอดชีวิตเพื่อแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นสิ่งที่ผมไม่ได้ทำต้องรับผิดชอบอยู่ดีก่อนจะตายผมคงคิดแต่สิ่งดีๆและจำภาพความสุขของตัวเองก่อนจะตาย
น่าสงสารกัปตันเรือจริงๆ เลยที่เขาไม่น่าตายแบบนี้เลยแต่ทำไงได้เป็นกัปตันเรือต้องรับผิดชอบถ้าผมเป็นกัปตันเรือผมคงยอมทำใจตายดีกว่ารอดชีวิตเพื่อแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นสิ่งที่ผมไม่ได้ทำต้องรับผิดชอบอยู่ดีก่อนจะตายผมคงคิดแต่สิ่งดีๆและจำภาพความสุขของตัวเองก่อนจะตายไปพร้อมกับเรือที่ตนเอง แม้ว่าผมจะไม่ได้เป็นผู้บังคับเรือขณะที่ชนภูเขาน้ำแข็ง แต่ก็เป็นความบกพร่องของผมเองในฐานะกัปตันเรือต้องแสดงความรับผิดชอบอยู่ดี
ดูกี่รอบ กี่รอบ ก็จาร้องไห้ สงสารทุกคนที่อยู่บนเรือเลย แต่สงสารแจ็คที่สุด เป็นสุภาพบุรุษมาก อยากไปเห็นเรือจริงๆสักที ถ้าได้เห็นคงเป็นปลื้มที่สุดแล้ว
ถ้าอยู่บนเรือลำนั้นที่กำลังจะจมคงจะรีบช่วยแจ๊คให้รอดชีวิต
เพื่ออยู่กะโรส อิอิู^-^
ถ้าผมอยู่บนเรือนะครับผมจะทำใจยอมตายไปกับเรือไททานิกในห้องของตัวเองจนถึงนาทีสุดท้ายในชีวิตครับ
ผมจะไปอยู่ท้ายเรือและรอจนกว่าจะจมสนิท จะคอยดูว่ามันจะเหมือนเหตุการณ์ในหนังรึปล่าว
ถ้าเปนเราเราจะหาอะไรที่ลอยน้ำได้อันใหญ่ๆๆพอเรือจมเราก็ขึ้นไปอยู่บนนั้นและก็รอคนมาช่วย