titanic01

ย้อนเวลากลับไปกว่า 11 ปีก่อน ในวันที่ภาพยนตร์ “ไททานิก” ​(หรือที่มีชื่อในภาษาลาวว่า​ “ชู้รัก เรือล่ม” )​โด่งดังไปทั่วโลก

นอกจากฉาก “มือแปะกระจก” ที่กลายเป็นตำนานฉากนั้น มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมจำได้ดีจากภาพยนตร์เรื่องนี้

หากตัดเรื่องราวความรักของ “แจ๊ค กับ โรส” ที่ปรุงแต่งขึ้นออกไป ไททานิกคือโศกนาฏกรรมของเรือเดินสมุทรขนาดยักษ์ ที่วิ่งชนภูเขาน้ำแข็งด้วยความประมาทในความยิ่งใหญ่ของตนเอง ทำให้เรือรั่วและจมลงมหาสมุทรอันหนาวเย็นในที่สุด

และด้วยความทะนงตนเกินเหตุอีกเช่นกัน ที่ทำให้ไททานิกติดตั้ง ​“เรือกู้ชีพ”​ (Life Boat) ไว้น้อยเกินไป ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น จำนวนเรือกู้ชีพจึงมีไม่เพียงพอกับจำนวนคนบนเรือ เกิดความโกลาหล ผู้คนแย่งชิงกันขึ้นเรือกู้ชีพเพื่อ “หนีตาย”

เมื่อทราบว่าไททานิกกำลังจะจม ภายใต้สภาวะ​ “วิกฤติ” เช่นนั้น ตัวละครแต่ละตัว ต่างตัดสินใจเอาตัวชีวิตรอดด้วยวิธีที่แตกต่างกัน

และนั่นคือ (อีก) สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้ดี จากหนังเรื่องนี้เมื่อ 11 ปีก่อน

เมื่อเวลาคับขันมาถึง เราจะมีสัญชาตญานในการเอาตัวรอดอย่างไร ?

titanic02

กัปตันเรือ – ตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในห้องบังคับเรือ สั่งการช่วยเหลือผู้คนให้มากที่สุด แก้ปัญหาของเรือจนนาทีสุดท้าย แล้วทำใจยอมตายไปพร้อมกับเรือที่ตนเอง “รับผิดชอบ” แม้ว่าตนเองจะไม่ได้เป็นผู้บังคับเรือขณะที่ชนภูเขาน้ำแข็ง แต่ก็เป็นความบกพร่องของเขาในฐานะกัปตันเรืออยู่ดี

เจ้าหน้าที่ – รับคำสั่งอย่างเคร่งครัด ทำหน้าที่ “กีดกัน” ผู้ชายออกไป เพื่อเปิดทางให้ผู้หญิงและเด็กให้ได้ลงเรือกู้ชีพก่อน โดยไม่สนใจว่าจะต้องพรากพ่อ-แม่-ลูกของใครหรือไม่ และไม่ต้องสนใจว่าจะมีเรือกู้ชีพเหลือถึงคิวตนเองหรือเปล่า เพราะคำสั่งย่อมเป็นคำสั่ง

พ่อ – ที่อยากตามภรรยาและลูกขึ้นเรือไปด้วยใจจะขาด แต่ไม่อยากสร้างปัญหากับเจ้าหน้าที่ เพราะอาจกระทบกับทางรอดของลูกเมีย จึงยอมให้ลูกและภรรยาขึ้นเรือกู้ชีพไปก่อน แล้วตนเองก็ไปต่อคิวรอขึ้นเรือลำหลังๆ ที่ไม่รู้ว่าจะมีเหลือให้ตัวเองหนีรอดได้ไหม เช่นกัน

แม่ - ที่ส่งลูกขึ้นเรือ แล้วตัดสินใจอยู่บนเรือต่อไป เพื่อรอจะหนีตายจากไททานิกพร้อมกับสามีของตนเอง

สามี – ที่พร้อมจะกระชากผู้หญิงคนอื่นให้ตกจากเรือกู้ชีพแล้วพาตัวเองขึ้นไปแทนที่ เพื่อที่จะ​“รอด” ไปพร้อมกับครอบครัวของตนเอง เพราะชีวิตใครจะมาสำคัญไปกว่าชีวิตเรา

เจ้าหน้าที่ – อาศัยช่องทางที่ตนเองมีข้อมูลดีกว่าคนอื่น ลงไป “นั่งนิ่ง”​ ในเรือกู้ชีพเป็นคนแรก โดยไม่สนใจว่าใครหน้าไหนจะมองว่าตัวเอง “หน้าด้าน เอาตัวรอด”​เพียงใด และไม่สนใจคำสั่งที่ให้เด็กและผู้หญิงไปก่อน เพราะท้ายสุดแล้ว “ชีวิต” ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องรักษาไว้ก่อนเสมอ

ผู้โดยสารคนอื่นๆ – เมื่อเห็นแล้วว่าเรือกู้ชีพมีไม่พอ และเชื่อว่าเรือจมแน่ๆ ก็วิ่งขึ้นไปด้านบนของเรือเพื่อหวังจะอยู่บนเรือให้ได้นานที่สุด ก่อนจะต้องไป​ “ลอยคอ” ในมหาสมุทรที่หนาวเหน็บ

ผู้โดยสารคนอื่นๆ - ที่ไม่นิยมการดิ้นรนเอาตัวรอด ก็นั่งลงอย่างสงบ แล้วสวดวิงวอนต่อพระเจ้า

ผู้โดยสารคนอื่นๆ – ที่ยังไม่เชื่อว่า “ไททานิก” จะจมได้ จนถึงนาทีสุดท้ายที่เห็นน้ำไหลทะลักมาถึงตนเอง

 

 

ศักดิ์ศรี – การรักษาชีวิต
ความสง่างาม – การแก่งแย่งดิ้นรน
ความรับผิดชอบ – การเอาตัวเองให้รอด

เรื่องแบบนี้คงไม่มีใครผิด ใครถูก เพราะเมื่อช่วงเวลาแห่งวิกฤติมาถึง มนุษย์แต่ละคน ย่อมมีหลักการและ “คุณค่า” ที่ตนเองยึดถือแตกต่างกันไป

คุณจะทำอย่างไร หากอยู่บนเรือไททานิก ?